Just another WordPress.com site

ยินดีต้อนรับทุกมิตรภาพ

ยินดีต้อนรับมิตรภาพที่ดีทุกผู้คน

ล่าสุด

MORTO-BELT ฝีมือคนไทย


MORTO BELT นวัตรกรรม เพื่อความปลอดภัย


MORTO BELT นวัตกรรมใหม่ คนไทยทำเอง


MORTO BELT นวัตกรรมใหม่ ฝีมือคนไทย

นิตยสาร เส้นทางเศรษฐี มติชน

วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 16 ฉบับที่ 269

เสริมไอเดีย

สุจิต เมืองสุข

เข็มขัดรัดกันตกรถจักรยานยนต์ นวัตกรรมใหม่ ไทยทำเอง

“จำนวนผู้สนใจสอบถามเข้ามา 100 คน จะสั่งซื้อเพียง 60 คน โดยเหตุผลหนึ่งที่ทราบจากลูกค้าว่าตัดสินใจไม่ซื้อ หรือชะลอการซื้อออกไปก่อน เพราะราคาสินค้าแพง แต่ผมเห็นว่า หากนำไปเปรียบเทียบกับความเสี่ยงที่ลดลงกับความปลอดภัยที่เพิ่มมากขึ้น น่าจะคุ้มค่ากว่า อีกทั้งเข็มขัดรัดลักษณะนี้หายาก หากซื้อจากต่างประเทศก็ราคาแพงกว่าด้วย”

อุปกรณ์เฉพาะสำหรับเด็กมีให้เลือกมากมาย นับตั้งแต่อุปกรณ์เสริมช่วยด้านการพัฒนาการในวัยแรกเกิด กระทั่งก้าวเข้าสู่วัยเรียน แต่อุปกรณ์ที่มีวางจำหน่ายและเลือกซื้อง่าย ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่เพิ่มการพัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็กมากกว่าสินค้าที่เพิ่มความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ซึ่งในการสำรวจนักเรียนในกรุงเทพมหานครจำนวน 8,264 คน จาก 5 โรงเรียนในกรุงเทพฯ โดยศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่า นักเรียนเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ เดินทางไปกลับโรงเรียนด้วยรถจักรยานยนต์ มีจำนวน 85 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้สวมหมวกนิรภัย และมีจำนวน 3.5 เปอร์เซ็นต์ เคยประสบอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์มาก่อน

ที่นำข้อมูลเรื่องรถจักรยานยนต์มาเผยแพร่ เนื่องจากการเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับเด็กในรถยนต์ มีอุปกรณ์ป้องกันและเสริมสร้างความปลอดภัยเป็นที่รู้จักและวางจำหน่ายแพร่หลายอยู่แล้ว ส่วนความปลอดภัยที่ใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกันและเสริมสร้างความปลอดภัยสำหรับรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยยังไม่เป็นที่แพร่หลาย

คุณพิพัชร โชพิมาย เป็นหนึ่งในคนไทยที่เห็นคุณค่าและตระหนักถึงการดูแลความปลอดภัยในเด็กที่ต้องโดยสารโดยรถจักรยานยนต์ แม้ว่าตัวเขาเองจะไม่เป็นหนึ่งในผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในชีวิตประจำวันก็ตาม ซึ่งหลังการตระหนักของคุณพิพัชรแสดงออกมาในรูปของการออกแบบให้ได้คุณประโยชน์สำหรับเด็ก และสามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้อีกด้วย

รักการออกแบบ

ต่อยอดสร้างมูลค่า

จากการพูดคุยกับคุณพิพัชร ทราบว่า คุณพิพัชรเองมีความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ จากการศึกษาตามระบบการศึกษาของไทย จากนั้นมีประสบการณ์การทำงานเป็นพนักงานธนาคาร พนักงานขาย กระทั่งมีความรู้ด้านการขายมากพอ จึงตัดสินใจเปิดกิจการขายยางรถบรรทุก และสุดท้ายเปลี่ยนกิจการเป็นขายน้ำมันหล่อลื่นเครื่องจักรให้กับบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่แทน

เมื่อกิจการมั่นคงมีรายได้ที่แน่นอน ความต้องการทำในสิ่งที่รักจึงเป็นสิ่งที่คุณพิพัชรมองหา

“งานออกแบบเป็นสิ่งที่ผมชอบ จึงใช้อินเตอร์เน็ตค้นคว้าไปเรื่อยๆ เห็นข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ความปลอดภัยสำหรับเด็กยังมีน้อย โดยเฉพาะสายรัดกันตกรถจักรยานยนต์ในเมืองไทยยังไม่มีใครคิดและผลิตเอง หากจะใช้ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งราคาค่อนข้างสูง”

คุณพิพัชร ให้ข้อมูลว่า จากการค้นคว้าข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ทราบราคาสายรัดกันตกรถจักรยานยนต์ซึ่งผลิตและจำหน่ายโดยประเทศแคนาดา ราคา 5,200 บาท น้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม และมีตัวล็อคต่อหลายจุด ซึ่งยุ่งยากในการใช้งาน ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกา ราคาเพียง 2,100 บาท แต่ลักษณะคล้ายเข็มขัด 2 เส้นยึดติดกัน นอกจากนี้ ยังมีผลิตและจำหน่ายโดยประเทศอินเดีย ในราคาประมาณ 800 บาท แต่เป็นสายที่ผลิตจากผ้าทอเพียง 2 เส้นเท่านั้น

แต่การออกแบบสายรัดกันตกรถจักรยานยนต์ของคุณพิพัชร เขาบอกว่า ตัดสินใจค้นคว้าและออกแบบในครั้งแรก คิดเพียงหากสำเร็จจะนำไปให้ญาติหรือคนรู้จักใช้ เพราะเป็นสิ่งมีประโยชน์ ช่วยลดความเสี่ยงการตกจากรถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะในเด็กได้สูง

คุณพิพัชร ใช้เวลาในการออกแบบเพียง 1 เดือน แต่ใช้เวลาสำหรับการพัฒนาให้สายรัดใช้งานได้จริงนานถึง 2 ปี และตัดสินใจส่งผลงานเข้าประกวดกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) และทราบข้อมูลว่ายังไม่มีผู้จดอนุสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาในการออกแบบผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ คุณพิพัชรจึงเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับการจดอนุสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “เข็มขัดรัดกันตกรถจักรยานยนต์”

แม้ว่าเบื้องต้นการออกแบบคุณพิพัชรตั้งเป้าไว้เพื่อใช้สำหรับญาติหรือคนรู้จัก เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการโดยสารรถจักรยานยนต์ให้กับเด็ก แต่เมื่อเห็นว่านวัตกรรมที่สร้างขึ้นน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ใช้สอยรายอื่น จึงตัดสินใจวางจำหน่าย

ขายไอเดีย หนึ่งเดียวในไทย

6 เดือน 300 ชิ้น

คุณพิพัชร ให้ข้อมูลว่า ในจำนวนผู้สนใจสอบถามเข้ามา 100 คน จะสั่งซื้อเพียง 60 คน โดยเหตุผลหนึ่งที่ทราบจากลูกค้าว่าตัดสินใจไม่ซื้อ หรือชะลอการซื้อออกไปก่อน เพราะราคาสินค้าแพง แต่ผมเห็นว่า หากนำไปเปรียบเทียบกับความเสี่ยงที่ลดลงกับความปลอดภัยที่เพิ่มมากขึ้น น่าจะคุ้มค่ากว่า อีกทั้งเข็มขัดรัดลักษณะนี้หายาก หากซื้อจากต่างประเทศก็ราคาแพงกว่าด้วย”

สำหรับการผลิต คุณพิพัชร มีพนักงานเพียงไม่กี่คนที่มีความสามารถด้านการใช้จักรเย็บผ้า เพราะการผลิตต้องใช้จักรเย็บผ้าเป็นเครื่องมือหลัก โดยจะผลิตเป็นสต๊อคไว้ไม่มากนัก แต่เมื่อมีลูกค้าต้องการสั่งจะสามารถส่งสินค้าได้ทันที ซึ่งที่ผ่านมาหลังลงจำหน่ายทางเว็บไซต์เพียง 6 เดือน มีลูกค้าสั่งซื้อไปแล้วกว่า 300 ชิ้น

ปัจจุบัน คุณพิพัชรพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ดีขึ้น โดยใช้ฟองน้ำบุด้านในของเข็มขัดทั้งหมด จากเดิมที่บุเฉพาะด้าน เพิ่มที่เก็บสายรัดด้านหน้า เพื่อสะดวกในการใช้งาน และนำแถบสะท้อนแสงมาติดด้านหลัง เพิ่มความชัดเจนในการมองเห็นสำหรับผู้ขับขี่รถบนถนนด้วยกัน

สิ่งที่ยังเป็นข้อด้อย คือ การตลาดที่คุณพิพัชรยังประสบปัญหา เพราะผู้ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในเด็กที่โดยสารรถจักรยานยนต์ยังมีน้อย แม้ว่าจะมีหมวกกันน็อคสำหรับเด็กผลิตออกมาจำหน่าย แต่ยังมีจำนวนน้อยที่ซื้อมาใส่ ทั้งที่ราคาถูกกว่าเข็มขัดรัดกันตกรถจักรยานยนต์ ทำให้คุณพิพัชรมองการตลาดให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากกว่าการสร้างรายได้จากสินค้า โดยพยายามเข้าร่วมรณรงค์กับหน่วยงานที่ดูแลความปลอดภัยด้านการขับขี่รถ เพื่อให้ประชาชนรู้ถึงประโยชน์ของอุปกรณ์ดังกล่าวมากขึ้น

ถึงขณะนี้ คุณพิพัชรยังไม่มีหน้าร้าน และไม่คิดเปิดหน้าร้าน เพราะเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต จึงเลือกวิธีขายผ่านเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว หากสนใจสอบถามนวัตกรรมฝีมือคนไทยได้ที่ โทรศัพท์(086) 947-9997 เจ้าของผลิตภัณฑ์ยินดีให้ข้อมูล

คู่มือผลิตภัณฑ์

ชื่อผลิตภัณฑ์ เข็มขัดรัดกันตกรถจักรยานยนต์

ประเภทผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ลดความเสี่ยงจากการพลัดตกรถจักรยานยนต์

วิธีการใช้ ใช้เป็นเข็มขัดรัดกันตกสำหรับผู้นั่งซ้อนรถจักรยานยนต์ รถจักรยาน รถ ATV ขี่ม้า

ประโยชน์ 1. ลดความเสี่ยงจากการพลัดตกหล่นของผู้นั่งซ้อนรถจักรยานยนต์ รถจักรยาน รถ ATV ขี่ม้า

2. สร้างสมดุลให้กับผู้ขับขี่ในการควบคุมรถในขณะที่มีผู้โดยสารนั่งซ้อน ผู้ขับขี่มั่นใจมากขึ้น

3. เป็นสายรัดเพิ่มความปลอดภัย ทำให้ผู้ขับขี่ตระหนักถึงความปลอดภัยเมื่อมีผู้นั่งซ้อน

คู่มือวิธีและขั้นตอนการใช้

วิธีการใช้

1. เข็มขัดรัดด้านหน้าเป็นแผ่นซับแรง สำหรับรัดหน้าท้องผู้ขับขี่หรือรัดผู้นั่งซ้อนด้านหน้า

2. เข็มขัดรัดด้านหลังเป็นพนักพิง สำหรับรัดด้านหลังผู้นั่งซ้อนท้าย

3. ตัวล็อคเข็มขัด สำหรับล็อคเข็มขัดด้านหน้าและด้านหลัง มี 2 ด้าน ซ้าย-ขวา

4. ตัวปรับระยะสายด้านหน้า มี 2 ด้าน ซ้าย-ขวา

5. ตัวปรับระยะสายด้านหลัง มี 2 ด้าน ซ้าย-ขวา

ขั้นตอนการใช้

1. ปรับระยะสายด้านหน้า (4) ให้มีขนาดเหมาะกับการรัดรอบระหว่างผู้ขับขี่และผู้นั่งซ้อน ในกรณีที่ระยะสายด้านหน้ายังไม่ได้ขนาด ให้ปรับระยะสายด้านหลัง (5) ให้มีขนาดเหมาะสมในการนั่งซ้อน

**หมายเหตุ ในการปรับสายทั้งด้านหน้าและด้านหลังต้องให้ระยะสายด้านซ้ายและด้านขวามีระยะเท่ากัน เพื่อความสมดุลในขณะใช้งาน

2. ปลดตัวล็อค (3) ออกข้างใดข้างหนึ่ง แล้วรัดรอบตัวผู้ขับขี่และผู้นั่งซ้อนในระดับเอว จากนั้นล็อคตัวล็อคกลับที่ตำแหน่งเดิม

3. ดึงสายด้านหน้าทั้ง 2 ข้างในระยะเท่ากันให้พอกระชับไม่แน่นหรือหลวมเกินไป

4. ตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนสตาร์ตและออกรถ

คำเตือน

1. เข็มขัดรัดกันตกรถจักรยานยนต์ เป็นอุปกรณ์ลดความเสี่ยงสำหรับผู้นั่งซ้อนรถจักรยานยนต์เท่านั้น ไม่ได้เป็นอุปกรณ์ป้องกันอุบัติเหตุอันเกิดจากการขับขี่โดยประมาท

2. ห้ามยึดติดอุปกรณ์ส่วนใดๆ ของเข็มขัดรัดกันตกรถจักรยานยนต์นี้กับชิ้นส่วน หรืออุปกรณ์ใดๆ ของตัวรถ

3. เพื่อความไม่ประมาท ควรตรวจเช็คอุปกรณ์เข็มขัดรัดกันตกรถจักรยานยนต์เป็นประจำก่อนการใช้งาน

4. ไม่ควรนำเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ โดยสารรถจักรยานยนต์

5. เด็กอายุ 2-6 ขวบ หรือมากกว่าขึ้นไป ควรสวมหมวกนิรภัยและอุปกรณ์เสริมความปลอดภัย รัดกันตกทุกครั้งที่นั่งซ้อนรถจักรยานยนต์

ข้อมูลจำเพาะ

กิจการ ผลิตและจำหน่ายเข็มขัดรัดกันตกรถจักรยานยนต์

เจ้าของกิจการ คุณพิพัชร โชพิมาย

สถานที่ตั้ง บริษัท พี พลัส คอร์ปอเรชั่นไวด์ จำกัด

เลขที่ 3/376 หมู่ 11 ถนนลาดพร้าววังหิน แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ

วัตถุดิบ ผ้ากันน้ำ หนัง สายไนล่อน (สายเข็มขัดนิรภัย) ตัวล็อค ฟองน้ำ และ แถบสะท้อนแสง

รูปแบบการขาย ขายส่งและปลีก

สินค้า เข็มขัดรัดกันตกรถจักรยานยนต์ และสายหัดเดินเด็ก

จุดเด่นของสินค้า จดอนุสิทธิบัตร และผลิตเพียงผู้เดียวในประเทศไทย

โทรศัพท์ (086) 947-9997

เว็บไซต์ http://www.praery.com และ http://www.ergrosafe.com

เตือน!เด็กเล็กอย่าซ้อน จยย


This slideshow requires JavaScript.

สธ.เตือนผู้ปกครอง ไม่ควรนำเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ซ้อนท้ายมอเตอร์ไชต์ เสี่ยงหัวโหม่งพื้น

วันนี้ (16 ม.ค.) ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ปัญหาการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรของประเทศไทยขณะนี้ยังไม่มีแนวโน้มลดลง แม้ว่ารัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ จะรณรงค์นำมาตรการต่าง ๆ มาใช้เพื่อลดปัญหาแล้วก็ตาม ปัญหาหลักกว่าร้อยละ 80 เกิดมาจากรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นพาหนะยอดนิยมของคนไทย มีจำนวนมากที่สุดเมื่อเทียบกับรถอื่น ๆ โดยในปี 2552 มีรถจักรยานยนต์จดทะเบียน 16 ล้านกว่าคัน เฉลี่ยแล้วครัวเรือนไทยขณะนี้มีรถจักรยานยนต์ใช้ 1 คันต่อ 1.23 ครัวเรือน ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จัดอยู่ในกลุ่มผู้ใช้ถนนที่มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูงกว่าผู้ใช้รถยนต์ 10-50 เท่าตัว เนื่องจากไม่มีอุปกรณ์ป้องกันการบาดเจ็บใด ๆ ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเลย เปรียบเสมือนเนื้อหุ้มเหล็ก

ดร.พรรณสิริ กล่าวต่อว่า สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้เฝ้าระวังเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีที่บาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ 33 แห่งทั่วประเทศในปี 2552 ซึ่งมีจำนวน 2,537 ราย เสียชีวิต 55 ราย มีข้อมูลน่าสนใจพบว่า ร้อยละ 98 ไม่ได้สวมหมวกนิรภัยป้องกันและเป็นผู้ที่ซ้อนท้ายร้อยละ 49 ในจำนวนนี้เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีร้อยละ 27 และอายุ 5-9 ปีร้อยละ 23 เด็กที่ซ้อนท้ายและได้รับบาดเจ็บรุนแรงใช้หมวกนิรภัยน้อยมากไม่ถึงร้อยละ 2

ดังนั้นในการป้องกันการบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิตในกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะต้องใส่หมวกนิรภัยและล็อคสายรัดคางทุกครั้งที่เดินทางไม่ว่าจะระยะทางใกล้หรือไกลเพื่อลดอันตรายที่ศีรษะ สำหรับเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ไม่ควรนั่งซ้อนรถจักรยานยนต์ เนื่องจากเป็นวัยที่ยังไม่มีหมวกนิรภัยที่เหมาะสม หากเกิดอุบัติเหตุอาจทำให้ศีรษะโหม่งพื้นจนอาจเสียชีวิตหรือพิการได้

โดยผลการศึกษาของศูนย์วิจัยอุบัติเหตุในประเทศไทย พบว่า การใช้หมวกนิรภัยสามารถช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้ถึง 57 คน ในทุก ๆ 100 คนที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์

ดร.พรรณสิริกล่าวอีกว่า จากสถิติในปี 2552 ทั่วประเทศมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 10,717 ราย เฉลี่ยวันละ 30 กว่าราย โดยร้อยละ 80 ของผู้เสียชีวิตหรือประมาณ 8,500 คน เกิดจากผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทั้งคนขับและคนซ้อนท้าย ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีการออกกฎหมายบังคับทั้งผู้ขับและผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ใช้หมวกนิรภัยมาเป็นเวลา 15 ปีแล้วก็ตามก็ยังมีผู้บาดเจ็บรุนแรงจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ทั้งผู้ขับขี่และซ้อนท้ายไม่สวมใส่หมวกนิรภัยเป็นจำนวนมาก โดยมีผลการศึกษามากมายที่ยืนยันว่าการใช้กฎหมายบังคับการสวมใส่หมวกนิรภัยอย่างจริงจัง ทำให้จำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และจำนวนผู้บาดเจ็บจากรถจักรยานยนต์ลดลงอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ในปี 2554 นี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกำหนดให้ปี 2554 เป็นปีแห่งการรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ โดยมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขจัดเก็บข้อมูลสถิติการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนที่เกี่ยวข้องกับไม่สวมหมวกนิรภัยด้วย จึงอยากให้ทุกหน่วยงานร่วมมือร่วมใจรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์อย่างจริงจังในปีนี้และให้หน่วยงานที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายจริงจังในเรื่องดังกล่าว จึงมั่นใจว่าจะทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากรถจักรยานยนต์ลดลงได้แน่นอน.

อบรมเล่นหุ้นให้รวยอย่างไรปีใหม่ 2554 วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม 2554


หลักสูตรสอนมือใหม่
อบรมเล่นหุ้นให้รวยอย่างไรปีใหม่2554

โดย -อาจารย์ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ประธาน บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ดำเนินรายการเพื่อนนักลงทุน TNN24 ผู้เขียนหนังสือทีเด็ดรวยหุ้นพันล้าน
ที่ ห้องอบรมเชิงปฏิบัติการ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด ถนนรามคำแหง 160 (ซอยมีสทีน) โทร.02-9275800
*ด้วยค่าเรียนคุ้มค่าที่สุดเพียงท่านละ3,000บาท 2 ท่าน 5,000บาท2ท่าน
กำหนดการ วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม 2554
ภาคเช้า-ภาคทฤษฎี
08.30 น. ลงทะเบียน
09.00-10.45 น. อาจารย์ณัฐวุฒิบรรยาย

-การลงทุนในตลาดหุ้น ต่างกับการเล่นพนันอย่างไร?
-การลงทุนในตลาดหุ้นคืออะไร ทำไมจึงควรเอาจริง ไม่ใช่”เล่น”หุ้น
-ประสบการณ์จริงของผู้ประสบความสำเร็จร่ำรวยจากตลาดหุ้น และประสบการณ์จริงของผู้ที่ล้มเหลวเสียหายขาดทุนจากตลาดหุ้น
-ความเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับการลงทุนหุ้น ที่ทำให้ล้มเหลวเสียหาย
-ทำไมเราจึงควรลงทุน
-เริ่มต้นการลงทุนอย่างไร ต้องใช้เงินเบื้องต้นเท่าไหร่
-ปัจจัยความสำเร็จหรือล้มเหลวในการลงทุน
-ช่องทางการลงทุนหุ้น รู้จักกับตลาดหุ้น,ตราสารหนี้,กองทุนรวม,กองทุนLTF-RMF และตราสารอนุพันธ์อย่างง่าย พร้อมกับวิธีการลงทุนในแต่ละช่องทาง พร้อมตัวอย่างของจริง
-รู้จักขั้นตอนการซื้อขายลงทุนในตลาดหุ้น และตลาดอนุพันธ์
-วิธีการลงทุนแบบต่างๆ เช่น การลงทุนเพื่อรับเงินปันผล,การลงทุนเพื่อหากำไรส่วนต่าง,การลงทุนแบบเก็งกำไรระยะสั้น
-กฎไปสู่ความสำเร็จร่ำรวย และข้อห้ามเพื่อไม่ให้เสียหายจากการลงทุนหุ้น
-Do & Don’tในการลงทุน
-คุณสมบัติ 8 ข้อไปสู่ความร่ำรวยมั่งคั่ง
10.45-11.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง
11.00-12.00 น. คุณอุบลรัตน์บรรยายการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น และตลาดอนุพันธ์
-การเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น
-การเปิดบัญชีซื้อขายตลาดอนุพันธ์ เช่น ดัชนีหุ้นล่วงหน้า และตลาดค้าทองคำล่วงหน้า
-ขั้นตอนการสั่งซื้อ หรือคำสั่งขาย
-วิธีการซื้อหรือขายเพื่อทำกำไร หรือตัดภาวะขาดทุนไม่ให้ติดหุ้น
-วิธีการซื้อขายทางอินเตอร์เน็ตด้วยตัวเอง
12.00-13.00 พักรับประทานเที่ยง
ภาคบ่าย-ภาคปฏิบัติ
13.00-15.00 น. การวิเคราะห์แนวโน้มขาขึ้น,ขาลง,ซึมตัวด้วยชาร์ตเทคนิค

15.00-15.30 น.พักรับประทานอาหารว่าง

-วิเคราะห์แรงวัดของราคาเพื่อหาจุดเป้าหมาย,อัตราแรงเหวี่ยงของโมเมนตั้มด้วยเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ และเส้นค่าเฉลี่ยต่างๆเช่น bolinger band,parabolic,stochastics,macd,rsi

16.30-17.00 น.สรุปผลการเรียนการสอน และปิดการอบรม
-แถมหนังสือคู่มือรวยหุ้นเด่นเล่นแล้วรวยอย่างไรในปี2554เฉพาะผู้มางานนี้

ขั้นตอนการสมัคร ส่งแฟกซ์หลักฐานการชำระเงิน มาที่หมายเลข :02-927-5881-02-9275880 E-Mail: tontan2008@gmail.com ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ชำระเงินผ่านธนาคารในนามบัญชี บริษัหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด
ประเภท ออมทรัพย์ http://www.tontancorp.com

1. ธนาคารกรุงเทพ สาขาสุขาภิบาล3 เลขที่บัญชี 056-0-25774-3
2. ธนาคารกสิกรไทย สาขาสุขาภิบาล3 เลขที่บัญชี 735-2-38116-5
3. ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสุขาภิบาล3 เลขที่บัญชี 136-2-18236-6

” บริหารความเสี่ยง เลี่ยงขาดทุน ทวีคูณกำไร ”

อบรมเรียนวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค(ขั้นสูง-ADVANC)


กำหนดการอบรมเรียนวิเคราะห์ทางเทคนิค หุ้น ทองคำ น้ำมัน TFEX
(ขั้นสูง-ADVANC)

วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม. 2554 เวลา 09.30 ถึง 17.30 น.
ที่ห้องประชุมทางปฏิบัติการ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด
โดย ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ประธานบลป.ต้นธารคอร์ปอเรชั่น

ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการนับคลื่นและทดลองลงทุนด้วย
Elliot wave + Fibonacci + indicators + trend
วิเคราะห์รูปแบบราคาประเภทต่างๆที่มีผลต่อการต่อเนื่องของแนวโน้ม,
การเปลี่ยนแนวโน้ม,จุดเปลี่ยนสำคัญ เช่น รูปแบบ double top
double bottom, triple top, triple bottom,
head&shoulders, สามเหลี่ยม triangle, ธง flag, รูปลิ่ม,
GAP,ISOLATE ISLAND
วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของราคาสินค้าประเภทต่างๆ คือ ทองคำ, น้ำมัน,
หุ้น, Futures และ ค่าเงิน (เช่น หากหุ้นลง ทองขึ้น, เงินแข็งทองตก,
เงินเข้าหุ้นขึ้นฯลฯ) ผสมผสานความรู้ที่เรียนมาเชิงปฏิบัติการ เพื่อกำหนดกลยุทธ์ลงทุน
ที่แม่นตรง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม..โทร.มาที่หมายเลข : 02-927-5880
หรือ02-9275807 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด

” บริหารความเสี่ยง เลี่ยงขาดทุน ทวีคูณกำไร ”
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม..ดูกำหนดการ..คลิ๊กที่นี่....

โศกนาฏกรรมจากธรรมชาติสู่มนุษยชน


This slideshow requires JavaScript.

In Focus: สำรวจภัยพิบัติโลกรอบปี 2553 โศกนาฏกรรมจากธรรมชาติสู่มนุษยชน
ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) — พุธที่ 22 ธันวาคม 2553 13:32:01 น.
กลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วที่ทุกปลายปีจะมีการรวบรวมเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นรอบโลก และประเด็นเรื่องภัยธรรมชาติมักเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ถูกนำมาพูดถึงมากที่สุดในปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่ทั่วโลกเผชิญกับเหตุภัยพิบัติครั้งรุนแรงหลากหลายรูปแบบ นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงช่วงส่งท้ายปลายศักราช

ในโอกาสนี้ In Focus ขออิงกระแสละครดังถ่ายทอดเรื่องราวภัยพิบัติในฉบับมินิซีรีส์ 10 เรื่อง โดยเริ่มต้นที่พสุธาไร้ปราณี ธรณีพิโรธ ภูเขาไฟเหี้ยมโหด อัคคีโฉดทมิฬ เริงฤทธิ์เพลิงสุริยา วาตภัยคะนองเดช อาเพศแห่งสายนที วารีล้นทลาย อุทกภัยในดวงตา และหิมะหฤโหด สำหรับมินิซีรีส์เกี่ยวกับภัยธรรมชาติในปีนี้จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างนั้น ขอเชิญทุกท่านติดตามไปพร้อมกันนับตั้งแต่บรรทัดนี้
1. พสุธาไร้ปราณี
แผ่นดินไหว 7.0 ริกเตอร์ในเฮติ — อังเดร เบอร์โต ชาวอเมริกันเชื้อสายเฮติ ดีกรีแชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวทของสภามวยโลก (ดับเบิลยูบีซี) มิอาจลบภาพความทรงจำอันเลวร้ายจากการสูญเสียญาติพี่น้องในเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงไปได้ เบอร์โตประกาศถอนตัวจากการขึ้นสังเวียนกำปั้นกับคู่ต่อสู้อย่างเชน มอสลีย์ และลงมาต่อสู้กับชะตากรรมในสังเวียนชีวิตจริง ที่ครอบครัวของเขากำลังเผชิญอยู่

ข่าวเศร้าสลดกระทบเข้าโสตประสาทการรับรู้ของอังเดร เบอร์โต เช่นเดียวกับผู้คนทั่วโลกในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 12 มกราคม 2553 เมื่อกรุงปอร์โตแปรงซ์ นครหลวงของเฮติ กลายสภาพราวกับเป็นเมืองหลังสงครามที่พังพินาศย่อยยับจากฤทธิ์ของแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 240 ปี

ท่อนแขนสีคล้ำบนร่างไร้วิญญาณที่เปรอะเปื้อนฝุ่นผงของซากคอนกรีตโผล่พ้นออกมาจากเศษซากปรักหักพังนั้นเป็นเพียงหนึ่งในภาพตัวอย่างของเหยื่อเรือนแสนที่เซ่นชีวิตสังเวยแผ่นดินไหวในประเทศที่ยากจนที่สุดแห่งซีกโลกตะวันตกแห่งนี้ ธรณีพิบัติครั้งดังกล่าวถูกระบุไว้ว่าเป็น 1 ใน 10 ของเหตุโศกนาฏกรรมทางธรรมชาติซึ่งพรากเอาลมหายใจของมวลมนุษย์ไปมากที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ด้วยตัวเลขผู้เสียชีวิตที่พุ่งสูงเกือบ 3 แสนราย ขณะที่จำนวนผู้ทุกข์ระทมจากเหตุการณ์นี้อยู่ที่กว่า 3 ล้านราย

2. ธรณีพิโรธ
แผ่นดินไหว 8.8 ริกเตอร์ในชิลี —มิเชล บาเชเลต์ ประธานาธิบดีหญิงแกร่งแห่งชิลี (ในขณะนั้น) ต้องสลัดอาการตื่นตระหนกตกใจตามวิสัยหญิงส่วนใหญ่ออกไปให้ไกลตัว เมื่อหน้าที่อันใหญ่หลวงในการดูแลด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนที่รอเธออยู่เบื้องหน้า ซึ่งเหตุการณ์แผ่นดินไหวทำให้เธอประกาศภาวะฉุกเฉิน พร้อมส่งกำลังทหารนำอาหารแจกจ่ายและดูแลความสงบเรียบร้อยในเมืองกอนเซปซีออน ด้วยหวั่นใจว่า เหตุปล้นสะดมจะกระหน่ำซ้ำเติมความรู้สึกสูญเสียของผู้ประสบภัยให้ยิ่งเลวร้ายมากไปกว่าเดิม

หลังจากที่ทั่วโลกเพิ่งอกสั่นขวัญแขวนจากเหตุแผ่นดินไหวในเฮติไปได้ไม่นาน เช้าวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 บริเวณชายฝั่งทางตะวันตกของชิลีได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.8 ริกเตอร์ โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างจากกรุงซานติอาโก เมืองหลวงของชิลีประมาณ 340 กิโลเมตร แถมท้ายด้วยอาฟเตอร์ช็อคตามมาอีกหลายครั้ง

แผ่นดินไหวในชิลีที่ถูกขนานนามว่ามีความรุนแรงมากที่สุดเป็นอันดับที่ 7 นับตั้งแต่มีการจดบันทึกไว้นั้นกลายจะเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยไปถนัดตา เมื่อเทียบกับการเปิดเผยข้อมูลจากนักวิทยาศาสตร์ของห้องปฏิบัติการจรวดขับเคลื่อนความดันขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (นาซ่า) ที่ว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้ได้ทำให้แกนโลกขยับไปจากเดิมถึง 8 เซนติเมตร อันจะส่งผลให้ช่วงเวลายามราตรีกาลหดสั้นลง 1.26 ไมโครวินาที หรือ 1 ในล้านวินาที

3. ภูเขาไฟเหี้ยมโหด
ภูเขาไฟระเบิดในไอซ์แลนด์ — ผู้โดยสารที่ชีพจรลงเท้าแสดงท่าทีงุ่นง่านรำคาญใจ ขณะที่ผู้บริหารตำแหน่งใหญ่โตต้องเสียเวลาอันมีค่าไปกับการตกค้างที่สนามบิน ส่วนภาคธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ต้องชะเง้อคอรอสินค้ามาเติมเต็มในสต็อกไม่ว่าจะเป็นดอกไม้สดจากเนเธอร์แลนด์ ปลาแซลมอนรสเลิศจากนอร์เวย์ หรือกระทั่งเนยแข็งจากฝรั่งเศส ทว่าตัวอย่างที่เกริ่นมาในย่อหน้านี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของผลกระทบจากความเสียหายด้านการขนส่งทางอากาศ อันเนื่องมาจากเหตุภูเขาไฟระเบิดในไอซ์แลนด์

วันที่ 14 เมษายน 2553 ภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งไอย์ยาฟยัลลาโยกูล (Eyjafjallajokull) ที่เย็บเฉียบทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์ ซึ่งตั้งอยู่ในแนวแผ่นดินไหวของมหาสมุทรแอตแลนติกตอนกลางได้ฤกษ์ตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา พ่นลาวาเถ้าถ่านบดบังท้องฟ้าในยุโรปจนมืดมิด หลังจากที่หลับไหลแน่นิ่งอยู่ในความสงบเงียบงันมานานเกือบ 200 ปี ส่งผลให้ทางการไอซ์แลนด์ต้องอพยพประชาชนราว 600 คนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงออกนอกพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

หนึ่งในข้อมูลที่น่าตระหนกตกใจ คือ รายงานที่ระบุว่า ความเสียหายของอุตสาหกรรมการบินจากวิกฤตการณ์ในครั้งนี้เลวร้ายยิ่งกว่าเหตุวินาศกรรม 911 ในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากมีเที่ยวบินถูกยกเลิกไปทั้งสิ้น 95,000 เที่ยว โดยที่สนามบินในยุโรป 313 แห่งกลายเป็นอัมพาต ซึ่งเทียบเท่ากับ 80% ของเครือข่ายการบินในยุโรป ขณะที่ผู้โดยสารเกือบ 7 ล้านคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรปตกค้างตามประเทศต่างๆ ทั่วโลก

4. อัคคีโฉดทมิฬ
ภูเขาไฟเมราปีระเบิดในอินโดนีเซีย – ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐ กล้าท้าทายความโหดร้ายของธรรมชาติ หลังผู้นำแห่งชาติมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกยืนยันกำหนดการเดินทางเยือนอินโดนีเซียในวันที่ 9 พฤศจิกายนไว้ตามปกติ ทั้งๆ ที่ภูเขาไฟเมราปีเพิ่งจะพ่นเถ้าถ่านและความร้อนบดบังน่านฟ้าในแดนอิเหนาได้เพียงไม่กี่วันก่อนหน้า

นับตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคมเป็นต้นมา ภูเขาไฟเมราปีเริ่มปะทุเถ้าถ่านและเกิดการระเบิดครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1870 ซึ่งได้คร่าชีวิตผู้คนในวันเดียวไปเกือบ 80 ราย ขณะที่สำนักงานควบคุมภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซียได้การสั่งอพยพผู้คนที่อาศัยอยู่ในรัศมีของภูเขาไฟกว่า 200,000 คน และแน่นอนว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบให้สายการบินหลายแห่งระงับการให้บริการไม่ต่างจากเหตุภูเขาไฟระเบิดในไอซ์แลนด์

5. เริงฤทธิ์เพลิงสุริยา
คลื่นความร้อนในรัสเซีย — พระสังฆราชคิรีลแห่งคริสตจักรนิกายออร์โธดอกซ์ทำหน้าที่นำชาวรัสเซียที่กำลังเผชิญความรุ่มร้อนทั้งกายและใจร่วมกันสวดมนต์อธิษฐานเพื่อขอให้หยาดฝนพร่างพรมริดรอนความโหดร้ายของไฟป่าและนำพาความชุ่มชื้นคืนสู่พื้นโลก ในยามที่ดินแดนหมีขาวเผชิญกับวิกฤตคลื่นความร้อนภายใต้อุณหภูมิที่พุ่งขึ้นเฉียด 40 องศาเซลเซียส ทุบสถิติเดิมที่เคยร้อนสุด 36.8 องศาเซลเซียสในเดือนกรกฎาคม 2463 ลงอย่างราบคาบ พร้อมขึ้นครองสถิติที่มีอากาศร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 130 ปี

รัฐบาลรัสเซียประกาศภาวะฉุกเฉินใน 16 พื้นที่ที่คลื่นความร้อนกระจายตัวเผาผลาญพืชผลด้านการเกษตรจนแห้งเหี่ยวเฉาตาย ขณะที่กระทรวงฉุกเฉินของรัสเซียรายงานจำนวนผู้เคราะห์ร้ายที่หนีร้อนไปพึ่งเย็น แต่กลับต้องจมน้ำตายด้วยยอดผู้เสียชีวิตที่สูงถึง 70 รายภายในวันเดียว

6. วาตภัยคะนองเดช
ไต้ฝุ่นเมกี — บรรดากระดูกสันหลังของชาติที่ทนหลังขดหลังแข็งคงจะไม่ต้องหลังแอ่นไปมากกว่านี้ หากผลผลิตข้าวที่เสียหายย่อยยับไม่ใช่ผลลัพธ์จากการกรำงานหนักตลอดฤดูทำนา ทว่าซูเปอร์ไต้ฝุ่นเมกีกลับเล่นตลกกับโชคชะตาของเกษตรกรในยามที่ต้นข้าวรวงสวยอวบอัดรอวันเก็บเกี่ยวช่วงปลายฝนต้นหนาว กลับล้มระนาวอย่างย่อยยับไปในพริบตาจากพายุร้ายที่ถูกขนานนามว่า “ซูเปอร์ไต้ฝุ่นเมกี”

วันที่ 18 ตุลาคม 2553 ซูเปอร์ไต้ฝุ่นเมกีได้พัดถล่มทำลายผลผลิตทางการเกษตรในฟิลิปปินส์ ด้วยความเร็วลมที่จุดศูนย์กลางซึ่งวัดได้เกือบ 300 กม./ชม. ส่งผลให้นาข้าวในฟิลิปปินส์เกิดความเสียหายราว 404,827 เฮคเตอร์ คิดเป็นมูลค่าราว 185.61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ ฟิลิปปินส์ตั้งความหวังไว้ว่าประเทศจะสามารถผลิตข้าวได้ราว 17.2 ล้านตันในปีนี้ ซึ่งในจำนวนนี้จะถูกป้อนเข้าปากตลาดโลกประมาณ 1.5 ล้านตัน

ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ไต้ฝุ่นเมกีลูกนี้ถือเป็นพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่พายุ “ทุเรียน” พัดกระหน่ำฟิลิปปินส์เมื่อปี 2549 ส่วนเว็บไซต์พยากรณ์อากาศ Accuweather รายงานว่า พายุลูกนี้จะเป็นพายุไซโคลนที่มีระดับความรุนแรงสูงสุดที่ก่อตัวขึ้นในปีนี้

7. อาเพศแห่งสายนที
โขงแล้ง แห้งขอด — บรรดาพ่อแก่แม่เฒ่าที่ตั้งรกรากอยู่ในชุมชนริมแม่น้ำโขงคงอดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นว่า ระดับน้ำโขงในปีนี้แห้งขอดเสียจนกระทั่งประชาชนสองฝั่งแม่น้ำโขงเดินข้ามไปมาหาสู่กันได้โดยไม่ต้องพายเรือให้เมื่อยแขน ทั้งๆ ที่อดีตแม่น้ำโขงสายนี้ถือเป็นสายนทีแห่งชีวิตที่หล่อเลี้ยงอุ้มชูผู้คนมากที่สุดสายหนึ่งของโลก

แม่น้ำโขงซึ่งมีต้นกำเนิดอยู่ที่เทือกเขาสูงของทิเบตรอนแรมไกลไหลผ่านจีน พม่า ไทย ลาว เขมร ก่อนจะลงสู่ท้องทะเลที่ประเทศเวียดนามด้วยความยาวเป็นระยะทาง 4,800 กิโลเมตรนั้น เผชิญกับภาวะแล้งจัดในปีนี้ โดยที่ต้นตอของปัญหาถูกโบ้ยไปที่การสร้างเขื่อนขนาดยักษ์ของจีนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่อีกสมมติฐานหนึ่งจะเป็นอะไรไปเสียไม่ได้ถ้าไม่ใช่ผู้ร้ายที่ชื่อว่า “ภาวะโลกร้อน”

อย่างไรก็ดี วิกฤตแม่น้ำโขงแห้งขอดท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนแล้งได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง (MRC Summit) ครั้งที่ 1 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 5-6 เมษายน 2553 ที่อำเภอหัวหิน โดยมีผู้นำทั้ง 4 ชาติได้แก่ กัมพูชา ลาว เวียดนาม และไทย ลงนามในปฏิญญาหัวหินโดยให้คำมั่นที่จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้บรรลุการจัดการและใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนในอนาคต

8. วารีล้นทลาย
น้ำท่วมในปากีสถาน — คงไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเป็นแน่ที่นิตยสารไทม์จัดให้เหตุการณ์น้ำท่วมในปากีสถานรั้งอันดับ 4 ในการจัดอันดับ 10 ข่าวเด่นต่างประเทศประจำปี 2553 ไปครอง เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 คน ขณะที่ประชาชนกว่า 20 ล้านคนต้องเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายในเหตุอุทกภัยที่กินเวลานับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยขึ้นชื่อว่าเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 65 ปี

ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย หรือ เอดีบี และธนาคารโลกประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมในปากีสถานว่า เหตุอุทกภัยดังกล่าวทำให้พื้นที่ทางการเกษตร ซึ่งเป็นแหล่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจของปากีสถานรวมถึงปศุสัตว์เผชิญความเสียหายร้ายแรงถึง 9.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบางเป็นทุนเดิม

9. อุทกภัยในดวงตา
น้ำท่วมประเทศไทย — คราบน้ำตาแห่งความสูญเสียจากเหตุการณ์น้ำท่วมของชาวบ้านในจังหวัดนครราชสีมาสะท้อนผ่านหน้าจอโทรทัศน์ของชาวไทยแทบทุกหลังคาเรือน ท่ามกลางฉากหลังของโศกนาฏกรรมทางธรรมชาติครั้งร้ายแรงแห่งดินแดนที่ราบสูง

คุณยายวัย 73 ปีท่านหนึ่งในอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งยึดอาชีพทำนาเล่าว่า นาข้าวเกือบ 40 ไร่ที่กำลังออกรวงถูกน้ำท่วมจมมิดเสียหาย ตอนนี้คุณยายอยู่ในสภาพหมดเนื้อหมดตัว หนี้ท่วมหัวเพราะลงทุนไปเต็มกำลัง หวังว่าปลายปีนี้ข้าวจะได้ราคาดี แต่ที่ไหนได้ดันเกิดน้ำท่วมใหญ่ จากนี้ไปยังไม่รู้ว่าจะอยู่กินอย่างไรดี

ภาพจากมุมสูงในจอโทรทัศน์แทบทุกช่องแสดงให้เห็นสภาพบ้านเรือนของชาวจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา และอีกกว่า 20 จังหวัดทั้งภาคอีสานและภาคกลางของประเทศไทยที่กลายสภาพเป็นทะเลสาบน้ำจืด โดยเฉพาะในเขตเทศบาลปักธงชัย อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ถูกบันทึกว่าเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี หลังจากพื้นที่แห่งนี้เจอฝนหลงฤดูตกหนักติดต่อกันในช่วงวันที่ 14-18 ตุลาคม 2553

10. หิมะหฤโหด
พายุหิมะถล่มอังกฤษ — ปิดท้ายภัยพิบัติปลายปีกับบรรดาแฟนลูกหนังในลีกผู้ดีที่ถึงกับทำตัวไม่ถูก เมื่อทราบข่าวว่าโปรแกรมเฝ้าหน้าจอติดขอบสนามของตนเองต้องเป็นหมัน เพราะการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ชิพถูกเลื่อนออกไปถึง 7 คู่ จากฤทธิ์ของพายุหิมะที่พัดกระหน่ำกรุงลอนดอน ก่อนที่เทศกาลคริสมาสต์จะมาเคาะประตูทักทายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

นอกจากนี้ หนึ่งในเหตุการณ์คู่ขนานอีกด้าน คือ ภาพเครื่องบินของสายการบินหลายแห่งต่างจอดสงบนิ่งราวกับไว้อาลัยให้กับหิมะขาวโพลนที่ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาตามสนามบินชื่อดังทั้งในกรุงลอนดอน ปารีส แฟรงก์เฟิร์ต อัมสเตอร์ดัม และบรัสเซลส์ รวมถึงรถไฟความเร็วสูงยูโรสตาร์ ที่ต้องจำกัดความเร็วลงมา ทำให้ระยะเวลาเดินทางล่าช้าออกไปกว่า 1 ชั่วโมง

สำนักพยากรณ์อากาศระบุว่า ฤดูหนาวในอังกฤษปีนี้อาจจัดได้ว่าหนาวที่สุดในรอบ 100 ปี โดยอุณหภูมิที่เมืองนอร์วิชทางภาคตะวันออกของอังกฤษลดต่ำลงในระดับติดลบ 17 องศาเซลเซียส ขณะที่เมืองแกตวิคมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นถึงติดลบ 11 องศาเซลเซียส

ใจดีสู้ (ปี) เสือ (ดุ)
แม้มินิซีรีส์ข้างต้นจะเป็นการถ่ายทอดสิบเรื่องราวของภัยพิบัติเด่นรอบโลกในปีนี้ที่ฉายภาพความโหดร้ายของธรรมชาติ ทว่าในมุมของมนุษยชนนั้นกลับมีเรื่องราวงดงามน่าประทับใจที่ฉายออกมาอย่างแจ่มชัดไม่แพ้กัน และคงจะไม่ผิดนักหากจะกล่าวว่า โศกนาฏกรรมจากธรรมชาติได้สร้างปรากฏการณ์แห่งธารน้ำใจให้เกิดขึ้นอย่างมากมายบนโลกใบนี้

Help for Haiti, Hit for Haiti, Hope for Haiti Now คือสารพัดโครงการระดมทุนช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมสำหรับเหตุการณ์ธรณีพิบัติในเฮติ ขณะที่โซเชียล เน็ตเวิร์กชื่อดังแห่งยุคอย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) และทวิตเตอร์ (Twitter) กลายเป็นช่องทางสำคัญในการเชิญชวนให้บรรดา friend และ follower ร่วมกันลงขันบริจาคเงินและสิ่งของบรรเทาทุกข์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคอีสานของสยามประเทศ

…สุดท้ายนี้ In Focus ขออนุญาตใช้พื้นที่เล็กๆ เป็นตัวแทนชาวโลกกล่าวคำ “ขอโทษ” ที่ล่วงเกินธรรมชาติ และ “ขอขอบคุณ” กระแสธารแห่งน้ำใจสำหรับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย อันสะท้อนถึงไมตรีจิตรของญาติมิตรร่วมโลกในปีนี้ และหวังว่าทุกท่านจะคอยย้ำเตือนตัวเองในฐานะสิ่งมีชีวิตเล็กๆ หนึ่งหน่วยในจักรวาล ให้ตระหนักถึงการพึ่งพาธรรมชาติผู้ยิ่งใหญ่อย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยในปีต่อๆ ไป เพื่อที่มนุษย์และธรรมชาติจะสามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่ต้องทำร้ายซึ่งกันและกัน…

–อินโฟเควสท์ โดย อรษา สงค์พูล/สุนิตา โทร.02-2535000 ต่อ 315 อีเมล์: sunita@infoquest.co.th-

คู่มือตลาดหุ้นปีกระต่ายตื่นตูม:รวยหุ้นเด่นปีใหม่2554


This slideshow requires JavaScript.

คู่มือตลาดหุ้นปีกระต่ายตื่นตูม:รวยหุ้นเด่นปีใหม่2554 โดย ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ที่ปรึกษาการลงทุนใบอนุญาตเลขที่12888 บลป.ต้นธารคอร์ปอเรชั่น โทร.029275800 http://www.tontancorp.com ********** คู่มือรวยหุ้นปี2554(ตอนที่1):กระทิงตัวใหญ่ในปีกระต่ายตื่นตูม โดย ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ประธานบริษัท หลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ปรึกษาการลงทุน ใบอนุญาตเลขที่ 12888 I.กลับไปดูคู่มือตลาดหุ้นปี 2553 การคาดการณ์กับผลงานที่ออกมาจริง *ในคู่มือตลาดหุ้นปี 2553 นั้น ผมมองว่า จะเป็นปีที่”ต้นร้ายปลายดี” คือช่วงต้นปีน่าจะตก แต่แย่สุดก็จะไม่ลึกกว่าเขต 500 จุด (ความจริงดัชนีSETแย่ที่สุดของปี2553อยู่ที่ 679 จุด) และจะขึ้นไปตอนปลายปีดีที่สุดอาจเป็น 975 จุด (ความจริงปรากฎว่าดีกว่าที่ผมคาดการณ์ไว้ โดยSETผ่าน1,000ขึ้นไปที่1,055จุด ) *ผมได้คาดการณ์ว่า แต่ปี2554 จะ rally หรือวิ่งครั้งใหญ่เป็นกระทิงของจริงอาจไปถึง 1,200 จุดในราวเดือนกันยายน 2554 *หุ้นเด่นในปี 2553 ผมได้แนะนำซื้อ SVI ในหมวดชิ้นส่วนฯ(ตอนนั้นราคาราวๆ2บาท ปีนี้ขึ้นมาสูงสุดที่3.86บาท ดีกว่าที่ผมคาดไว้แถว3.20บาท) และBCP(ตอนนั้นอยู่แถวๆ14บาท ขึ้นมาสูงสุด18.60บาท แต่ถือว่าขึ้นน้อยกว่าท่าคาดไว้แถว20บาท) *นอกจากนั้นผมได้แนะนำให้หาหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนฯตัวอื่น หรือหมวด อาหาร-การเกษตร เป็นหลัก (ซึ่งตลอดปี2553ก็ยังเป็นปีที่กลุ่มอาหาร และการเกษตรขึ้นได้ดีกว่าตลาดรวมมาก ตัวอย่างที่เด่นชัดคือSTA CPF หรือหุ้นเด่นอีกตัวที่แนะนำลงทุนคือKCEเขต4บาท ขึ้นมาปีนี้สูงสุด10.60บาท) II.ตลาดหุ้นไทยขึ้นแรงเป็นอันดับ 2 ของโลกในปีนี้ จับตามองทิศทางตลาดTIPในปี2554 หากแรงต่อก็ยังไปทางเดียวกัน หากเจอขายก็น่าจะลงด้วยกัน เพราะเป็นเงินต่างชาติก้อนเดียวกัน ที่มา: http://www.fundsupermart.com/main/articleFiles/webarticles/4728/SG/Weekly%20Report%2020101213.pdf -นับจากตอนต้นปี2553 มาถึงสิ้นปี 2553 นั้น ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาราว 41% เป็นรองเพียงตลาดหุ้นเอเชียที่ขึ้นมาราว 48% -เทียบกับตลาดหุ้นที่สำคัญอย่างอเมริกาทั้งปี2553ขึ้นมาราว11% ยุโรปเฉลี่ย 9% ตลาดหุ้นย่านเอเชียเฉลี่ย14% ฮ่องกงเพียงราว6% -ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นในปี 2553 คือเงินทุนไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น -แต่เงินทุนไหลเข้าในปี 2533 พบว่าตลาดหุ้นที่ได้อานิสงส์มากที่สุด คือตลาดหุ้นที่เรียกว่า TIP-Thailand,Indonesia,Philippines โดย 3 ตลาดนี้ขึ้นมาทำจุดสูงสุดใหม่ หากเทียบก่อนเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในอเมริกาในปี 2550-2551 ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย:ก่อนวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์อยู่ราวๆ2,800จุด มาปีนี้ขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่(New high)ที่ระดับ3,800จุด แต่ตอนนี้เริ่มมีการปรับคำแนะนำให้ขายทำกำไรจากกองทุนต่างชาติแล้ว ตลาดหุ้นไทย:ก่อนวิกฤตแฮมเบอร์อยู่ที่ 925จุด ปี2553ขึ้นทำจุดNew highที่1055จุด กองทุนต่างชาติให้น้ำหนักถือรอขายเขต1,250จุดในปี2554 ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์:ขึ้นทำNew highเช่นกัน ข้อพิจารณาที่น่าสนใจคือ เงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาลงทุน หรือเก็งกำไรตลาดTIPน่าจะเป็นเงินก้อนเดียวกัน หากปี2554นี้อีก2ตลาดคืออินโดนีเซีย กับฟิลิปปินส์ยังขึ้น หุ้นไทยก็น่าจะยังขึ้นต่อไป แต่หากอีก 2 ตลาดลง ก็ควรระวังว่าอาจมีแรงขายทำกำไรในตลาดหุ้นไทยด้วยเช่นกัน (อ่านตอนต่อไป หรือโทรสมัครสมาชิกเพื่อรับหนังสือคู่มือหุ้นปี54ฉบับสมบูรณ์ก่อนใคร 02-9275800) *************** อ่านต่อ.คลิ๊กที่นี่....

อบรมเล่นหุ้นให้รวยอย่างไรปีใหม่ 2554


อบรมเล่นหุ้นให้รวยอย่างไรปีใหม่ 2554

วันที่ 9 มกราคม 2554
-อาจารย์ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ฟันธงแนวโน้มตลาดหุ้นปี54จากมกราคม-ธันวาคม2554เป็นรายเดือนว่าจะไปทางไหน ขึ้นเท่าไหร่ ตกเท่าไหร่

-ฟันธงกลุ่มเด่น หุ้นพื้นฐานดีมีปันผลงาม หุ้นร้อนมาแรง หุ้นตัวไหนม้ามืดเข้าแล้วรวย

-ฟันธงแนวโน้มทิศทางSET50 FUTURESจะเล่นขาขึ้นหรือขาลง ได้กำไรทั้งสองทาง

-เปิดกลเม็ดอภิมหาเศรษฐีหุ้นวอร์เรนบัฟเฟตต์ที่คุณก็เลียนแบบความสำเร็จระดับโลกได้ด้วยสูตรเฉพาะตัว ง่ายแต่รวย ไม่ยากอย่างที่คิด

-สอนดูกราฟตั้งแต่ไม่เป็น ไปจนขั้นเทพให้คุณเข้าออกได้แม่นเหมือนจับวาง หมดปัญหาขายหมู ติดดอย เข้าผิดตัว ได้ความรู้ไปใช้ตลอดชีวิตได้เปรียบกว่าใคร

-เป็นการบรรยายแบบฟันธง และพาทำเวิร์คช็อป คือหัดสอนอบรมลงมือทำจนนำไปใช้งานได้จริงๆ รับประกันผลงานโดยลูกศิษย์ที่เรียนมาแล้วใช้ได้ผลดีเยี่ยม 36 รุ่นมาแล้ว

-แถมหนังสือคู่มือรวยหุ้นเด่นเล่นแล้วรวยอย่างไรในปี2554เฉพาะผู้มางานนี้

-วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม 2553/09.00-17.00น. ที่ห้องอบรมเชิงปฏิบัติการ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด

-โทรสอบถามข้อมูล..สำรองที่นั่ง..รับจำกัดเพียง 20 ท่าน
(มีคนจองก่อนประชาสัมพันธ์แล้วครึ่งห้อง) 02-9275800 โทรมือถือ ชัชฎา087-7178979 สุเมธ087-7174979 เมทิกา0877174939

%d bloggers like this: